BPO (Business Process Outsourcing) พร้อมทีม Contact Center 24/7 แสดงประเภทงาน Outsourcing ที่เหมาะกับองค์กร เช่น Call Center, Customer Service และ Back Office

BPO (Business Process Outsourcing) มีกี่ประเภท และแต่ละแบบเหมาะกับงานอะไรในองค์กร

BPO (Business Process Outsourcing) คือการจ้างผู้ให้บริการภายนอกเข้ามาดูแล “กระบวนการทางธุรกิจ” แทนองค์กร ไม่ใช่แค่การจ้างแรงงานมาทำงานแทนคนใน แต่เป็นการโอนความรับผิดชอบของงานบางส่วนให้ผู้เชี่ยวชาญที่มีระบบ กระบวนการ และมาตรฐานการทำงานที่ชัดเจน

ในช่วงที่องค์กรต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น การขาดแคลนแรงงาน และความคาดหวังของลูกค้าที่มากกว่าเดิม การใช้ BPO จึงกลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญขององค์กรยุคใหม่

คำถามที่มักตามมาคือ
BPO มีกี่ประเภท และแต่ละแบบเหมาะกับงานอะไรบ้าง

เพราะหากเลือกประเภท BPO ไม่เหมาะกับลักษณะงาน องค์กรอาจไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่คาดหวัง หรืออาจกลายเป็นต้นทุนแฝงในระยะยาว บทความนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพชัดเจนขึ้น

ภาพอินโฟกราฟิกแสดงทีม Outsource Call Center และ Contact Center ทำงานผ่านระบบดิจิทัล เปรียบเทียบการจ้างภายนอกกับ In-house Call Center

BPO แบ่งตามลักษณะกระบวนการทำงาน

หนึ่งในวิธีที่นิยมใช้จำแนก BPO คือการแบ่งตาม “ลักษณะของงาน” ว่าเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าโดยตรง หรือเป็นงานสนับสนุนภายในองค์กร

Front Office BPO

Front Office BPO คือ BPO ที่ดูแลงานซึ่งต้องติดต่อกับลูกค้าโดยตรง งานกลุ่มนี้ส่งผลต่อประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Experience) โดยตรง

ตัวอย่างของ Front Office BPO ได้แก่ การให้บริการ Call Center หรือ Contact Center การดูแลลูกค้าผ่านโทรศัพท์ แชต อีเมล และโซเชียลมีเดีย รวมถึงการรับคำสั่งซื้อและติดตามสถานะลูกค้า

BPO ประเภทนี้เหมาะกับองค์กรที่มีความต่อเนื่องในการให้บริการ และบริการแบบ 24/7 หรือองค์กรที่ต้องการควบคุมคุณภาพการบริการด้วย SLA และ KPI ที่ชัดเจน

Back Office BPO

Back Office BPO คือการจ้างงานสนับสนุนที่ไม่ใช่ Core Business ขององค์กร งานเหล่านี้มักเป็นงานซ้ำ ๆ แต่มีความสำคัญต่อความถูกต้องและความต่อเนื่องของธุรกิจ

ตัวอย่างงาน Back Office BPO ได้แก่ งานบันทึกข้อมูล งานเอกสารและธุรการ งานบัญชีพื้นฐาน รวมถึงงาน HR และ Payroll

BPO ประเภทนี้เหมาะกับองค์กรที่ต้องการลดภาระงานซ้ำๆ เพิ่มความแม่นยำในการทำงาน และเปิดโอกาสให้ทีมภายในได้โฟกัสกับงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น

ภาพอินโฟกราฟิกแสดงการทำงานของทีม Outsource Call Center และ Contact Center ผ่านระบบ Cloud เปรียบเทียบกับ In-house Call Center

BPO แบ่งตามฟังก์ชันงาน

นอกจากแบ่งตามลักษณะงานแล้ว BPO ยังสามารถแบ่งตาม “ฟังก์ชันทางธุรกิจ” ได้อีกด้วย

Finance & Accounting BPO

Finance & Accounting BPO เหมาะกับงานด้านการเงินและบัญชี เช่น บัญชีรายรับ–รายจ่าย การปิดงบรายเดือน และการจัดทำรายงานทางการเงิน

จุดเด่นของ BPO ประเภทนี้คือมาตรฐานงานที่สม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงด้าน Compliance และช่วยให้องค์กรควบคุมต้นทุนด้านบัญชีได้ง่ายขึ้น

HR & Payroll BPO

HR & Payroll BPO ครอบคลุมงานด้านเงินเดือน สวัสดิการ และเอกสารพนักงาน

การใช้ BPO ในงาน HR ช่วยลดความผิดพลาดที่อาจเกิดจากงานเอกสาร ลดภาระทีม HR ภายใน และรองรับการขยายตัวขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

IT Support BPO

IT Support BPO เหมาะกับงาน IT พื้นฐานและงาน Helpdesk เช่น การดูแลผู้ใช้งาน การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น และการดูแลระบบพื้นฐาน

ข้อดีของ BPO ประเภทนี้คือสามารถกำหนด SLA ได้ชัดเจน ลดภาระทีม IT ภายใน และควบคุมค่าใช้จ่ายในรูปแบบรายเดือนได้ง่าย

ภาพอินโฟกราฟิกแสดงการทำงานของทีม Outsource Call Center และ In-house Call Center ผ่านระบบ Cloud Contact Center และการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า

BPO แบ่งตามรูปแบบการให้บริการ

อีกหนึ่งมุมสำคัญในการเลือก BPO คือ “ที่ตั้งของผู้ให้บริการ”

Onshore BPO คือผู้ให้บริการที่อยู่ในประเทศเดียวกัน เหมาะกับงานที่ต้องใช้ภาษาและบริบทท้องถิ่น หรือจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายภายในประเทศอย่างเคร่งครัด

Offshore BPO คือผู้ให้บริการที่อยู่นอกประเทศ เหมาะกับงานหลังบ้านที่ต้องการลดต้นทุน และไม่จำเป็นต้องติดต่อกับลูกค้าโดยตรง

Digital BPO รูปแบบใหม่ของ BPO ยุคดิจิทัล

Digital BPO คือการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสานกับ BPO ไม่ว่าจะเป็น Automation, AI, RPA หรือ Data Analytics

BPO รูปแบบนี้เหมาะกับงานซ้ำ ๆ ปริมาณมาก งานที่ต้องการความเร็วและความแม่นยำสูง รวมถึงงานที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกเพื่อใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจ

สรุป เลือก BPO อย่างไรให้เหมาะกับองค์กร

จากทั้งหมดจะเห็นว่า BPO ไม่ได้มีแค่ประเภทเดียว แต่มีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน ฟังก์ชัน รูปแบบการให้บริการ และระดับการใช้เทคโนโลยี

องค์กรที่ใช้ BPO ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเริ่มจากการเข้าใจประเภทของ BPO ให้ชัดเจน และเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายทางธุรกิจ ไม่ใช่เลือกจาก “ราคาถูกที่สุด” เพียงอย่างเดียว

Reference

 

เมื่อธุรกิจต้องการความยืดหยุ่น MOCAP คือคำตอบ

ติดต่อ MOCAP Limited วันนี้

📞 โทร: 02-203-9045
📧 อีเมล: inquiry@mocap.co.th
🌐 เว็บไซต์: www.mocap.co.th  หรือดูเคสความสำเร็จในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้ที่ Success Story