เปรียบเทียบระบบ Call Center และ Contact Center แบบ Cloud กับ On-premise เพื่อเลือกโซลูชันที่เหมาะสมกับธุรกิจ

ศูนย์บริการลูกค้าทางโทรศัพท์ (Call Center) กับ ศูนย์ติดต่อลูกค้า (Contact Center) แบบคลาวด์ (Cloud) ต่างจากแบบติดตั้งภายในองค์กร (On-premise) อย่างไร?

การเลือกใช้ระบบคอลเซ็นเตอร์หรือคอนแทคเซ็นเตอร์ไม่ได้จบเพียงแค่คำว่า “รับสายได้” แต่ยังมีผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนระยะยาว ความยืดหยุ่นในการทำงาน และประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Experience) อย่างยิ่ง โดยเฉพาะคำถามคลาสสิกที่หลายองค์กรลังเลคือ ควรเลือกใช้แบบคลาวด์หรือออน-พรีมิสดี? บทความนี้จะสรุปให้เข้าใจง่าย พร้อมยกตัวอย่างค่าใช้จ่ายจริง เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้บนพื้นฐานของธุรกิจ

ทีมงาน Contact Center ให้บริการลูกค้าผ่านหลายช่องทาง

ศูนย์บริการทางโทรศัพท์ (Call Center) กับ ศูนย์บริการลูกค้า (Contact Center) ต่างกันอย่างไร

  1. ศูนย์บริการลูกค้าทางโทรศัพท์ เน้นการสื่อสารผ่านโทรศัพท์เป็นหลัก เช่น รับสายลูกค้า โทรออกขาย ติดตามหนี้
  2. ศูนย์ติดต่อครอบคลุมหลายช่องทาง (Omni-channel) เช่น โทรศัพท์, แชทสด, Line, Facebook, อีเมล, โซเชียลมีเดีย
    ธุรกิจที่ต้องการยกระดับ CX และดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง มักเปลี่ยนจาก Call Center ไปเป็น Contact Center
ระบบคลาวด์เชื่อมต่ออุปกรณ์และบริการดิจิทัลขององค์กร

ระบบ On-premise คืออะไร

ศูนย์บริการลูกค้า/ศูนย์ติดต่อแบบติดตั้งภายในองค์กร คือการติดตั้งระบบทั้งหมดไว้ภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นเซิร์ฟเวอร์, ระบบโทรศัพท์ (PBX), ซอฟต์แวร์ และโครงสร้างเครือข่าย

ลักษณะสำคัญ

  • องค์กรเป็นเจ้าของระบบทั้งหมด
  • ต้องมีทีมไอทีดูแลตลอดอายุการใช้งาน
  • การขยายระบบต้องซื้อฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม

ตัวอย่างค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

(อ้างอิงจากผู้ให้บริการและบทวิเคราะห์ในตลาดสากล)

  • ค่าลิขสิทธิ์ + ฮาร์ดแวร์: ประมาณ 700–1,000 USD ต่อตัวแทน (ชำระครั้งเดียว)
  • ค่าบำรุงรักษาประจำปี: ประมาณ 15%–25% ของค่า License
  • ค่าใช้จ่ายแฝง: เซิร์ฟเวอร์, ระบบไฟฟ้า, เครือข่าย, ทีมไอที

 

โมเดลคลาวด์สำหรับการจ้างงานภายนอกและ BPO

ระบบคลาวด์คืออะไร

ศูนย์บริการลูกค้าทางโทรศัพท์บนคลาวด์ / ศูนย์ติดต่อลูกค้าบนคลาวด์ คือระบบที่ทำงานผ่านอินเทอร์เน็ต ผู้ให้บริการดูแลโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่

ลักษณะสำคัญ

  • ไม่ต้องลงทุนฮาร์ดแวร์
  • คิดค่าใช้จ่ายแบบรายเดือน (การสมัครสมาชิก)
  • เพิ่มจำนวน Agent ได้ทันที
  • รองรับการทำงานจากที่บ้านและการทำงานแบบผสมผสาน

ตัวอย่างค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

  • แพ็กเกจพื้นฐาน: 10–50 USD / เดือน / ตัวแทน
  • ระดับธุรกิจกลาง: 80–250 USD / เดือน / ตัวแทน
  • องค์กร: 300 USD+ / เดือน / ตัวแทน

ธุรกิจแบบไหนควรเลือกอะไร

เหมาะสำหรับ Cloud Contact Center

  • ธุรกิจที่ต้องการควบคุมงบประมาณ
  • อีคอมเมิร์ซ, สตาร์ทอัพ, บีพีโอ, ธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
  • องค์กรที่เน้น Omni-channel และประสบการณ์ลูกค้า
  • บริษัทที่ต้องการใช้ AI, แชทบอท หรือ วอยซ์บอท

เหมาะสำหรับใช้งานในองค์กร

    • องค์กรขนาดใหญ่มากที่มีข้อกำหนดเฉพาะด้านความปลอดภัยของข้อมูล
    • หน่วยงานที่ต้องควบคุมระบบภายในอย่างเข้มงวด
    • มีทีมไอทีดูแลระบบโดยเฉพาะ

ธุรกิจควรได้รับอะไรจาก Cloud Contact Center

เมื่อธุรกิจเติบโต สิ่งที่ศูนย์บริการลูกค้าหรือศูนย์ติดต่อควรให้ได้ ไม่ใช่แค่การรับสาย แต่ต้องช่วยแก้ไขปัญหาหลักเหล่านี้

  • ต้นทุนควบคุมยาก: ค่าใช้จ่ายเกินกว่างบประมาณจากระบบ On‑premise และการดูแล IT
  • ขยายทีมไม่ทันธุรกิจ: ข้อจำกัดในการเพิ่มจำนวนผู้ใช้ รองรับแคมเปญหรือฤดูกาลไม่ได้
  • ข้อมูลลูกค้ากระจัดกระจาย: โทรศัพท์ แชท โซเชียล แยกคนละระบบ
  • คุณภาพการให้บริการไม่สม่ำเสมอ: ยากต่อการวัดผล ขาดมาตรฐานและรายงาน

ศูนย์ติดต่อลูกค้าบนคลาวด์ที่ดีควรช่วยให้ธุรกิจ

  • เริ่มต้นเร็วและควบคุมงบประมาณได้ (จ่ายตามการใช้งานจริง)
  • ขยาย/ลดทีมได้ทันทีตามสถานการณ์
  • รวมทุกช่องทางไว้ในที่เดียว (Omni-channel)
  • วัดผลได้จริงด้วยรายงานและวิเคราะห์
  • พร้อมต่อยอดระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์

เมื่อธุรกิจต้องการความยืดหยุ่น MOCAP คือคำตอบ

ในความเป็นจริง ธุรกิจแต่ละประเภทมีบริบทไม่เหมือนกัน บางองค์กรต้องการความคล่องตัวของ Cloud Contact Center ขณะที่บางองค์กรยังจำเป็นต้องใช้ On‑premise Contact Center ด้วยเหตุผลด้านโครงสร้าง IT หรือ Data Security

สิ่งที่ธุรกิจควรได้รับไม่ใช่การถูกบังคับให้เลือกเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง แต่คือ โซลูชันที่เหมาะกับสภาพจริงขององค์กร

MOCAP ให้บริการศูนย์บริการลูกค้าทางโทรศัพท์ (Outsourced Call Center) และศูนย์ติดต่อลูกค้า (Contact Center) ทั้งในรูปแบบคลาวด์ (Cloud) และติดตั้งภายในองค์กร (On-premise) เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะทางของธุรกิจตามบริบท ไม่ใช่การขายระบบสำเร็จรูป

สิ่งที่ธุรกิจได้รับจาก MOCAP คือ

  • การประเมินและแนะนำโครงสร้างศูนย์บริการลูกค้าทางโทรศัพท์ / ศูนย์ติดต่อลูกค้าที่เหมาะสม (คลาวด์, ภายในองค์กร หรือแบบไฮบริด)
  • การออกแบบระบบที่ช่วยควบคุมต้นทุนโดยไม่กระทบคุณภาพการให้บริการ
  • ทีมเอเจนต์มืออาชีพ พร้อมการฝึกอบรม, การควบคุมคุณภาพ และ KPI ที่สามารถวัดผลได้จริง
  • การบริหารจัดการ Omni-channel ให้ทำงานเป็นกระบวนการเดียว ไม่แยกส่วน
  • ความยืดหยุ่นในการขยายหรือปรับขนาดทีมตามแคมเปญและการเติบโตของธุรกิจ

ผลลัพธ์คือ ศูนย์บริการลูกค้า (Call Center) และ ศูนย์ติดต่อลูกค้า (Contact Center) ไม่ใช่เพียงแค่ศูนย์รับเรื่อง แต่เป็นโครงสร้างการให้บริการลูกค้าที่รองรับการเติบโตขององค์กรในระยะยาว

หากองค์กรของคุณกำลังพิจารณาเปลี่ยนจากระบบ On-premise หรือกำลังมองหาศูนย์ติดต่อลูกค้าแบบครบวงจรบนคลาวด์ การเริ่มต้นด้วยผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจทั้งเทคโนโลยีและงานบริการลูกค้า จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายและคุ้มค่ากว่า

ติดต่อ MOCAP Limited วันนี้

📞 โทร: 02-203-9045
📧 อีเมล: inquiry@mocap.co.th
🌐 เว็บไซต์: www.mocap.co.th  หรือดูกรณีศึกษาความสำเร็จในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้ที่ เรื่องราวความสำเร็จ

แหล่งอ้างอิง (Reference)

  1. Nextiva – ศูนย์ติดต่อลูกค้าแบบติดตั้งในองค์กรเทียบกับแบบคลาวด์
    https://www.nextiva.com/blog/on-prem-vs-cloud-contact-centers.html
  2. Exotel – ศูนย์ติดต่อแบบติดตั้งในองค์กร vs ศูนย์ติดต่อแบบคลาวด์
    https://exotel.com/blog/on-premise-vs-cloud-contact-center-make-the-right-choice/
  3. TrustRadius – คู่มือราคาซอฟต์แวร์ศูนย์บริการลูกค้า
    https://solutions.trustradius.com/buyer-blog/contact-center-software-pricing/