พนักงานที่ยากต่อการจัดการ, วิธีรับมือ

การบริหารจัดการคน เทคนิคดูแลลูกทีมที่ยากต่อการรับมือ

การบริหารจัดการคนถือเป็นความท้าทายสำหรับหัวหน้าทุกคน โดยเฉพาะเมื่อมีลูกทีมที่ยากต่อการรับมือ การเข้าใจธรรมชาติของคนและการสื่อสารที่เหมาะสมคือหัวใจสำคัญ หัวหน้าต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการบริหาร ทั้งการสร้างแรงจูงใจและการแก้ปัญหา เพื่อให้ทีมทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น วันนี้เราจะมาดูเทคนิคในการรับมือและดูแลลูกทีมหลากหลายลักษณะกันค่ะ วันนี้เราจะมาพูดคุยและเรียนรู้ลักษณะของลูกทีมที่ยากต่อการรับมือ วิธีรับมือ รวมถึงมุมมองแนวคิดในการดูแลทีมกันค่ะ

การบริหารจัดการคนคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

การบริหารจัดการคน คือการใช้ทักษะ ความรู้ และความเข้าใจเพื่อนำทีมไปสู่เป้าหมายร่วมกัน ไม่ใช่เพียงการสั่งงาน แต่คือการฟัง การสร้างแรงบันดาลใจ และการจัดการกับความแตกต่างของแต่ละบุคคล

ลักษณะหรือนิสัยของลูกทีมที่ยากต่อการรับมือและวิธีการรับมือ

เก่ง ดื้อ มั่นใจในตัวเองสูง
ลูกทีมในลักษณะนี้จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ แบบแรกคือหากลูกทีมกลุ่มนี้สามารถทำได้และทำได้ถูกต้อง ผู้เป็นหัวหน้าจะต้องให้คำชม พร้อมทั้งสนับสนุนให้แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ แต่ในขณะเดียวกัน ในแบบที่สอง หากลูกทีมกำลังทำอะไรที่ผิด หรืออาจไม่ใช่แนวทางเดียวกับขององค์กร ก็จะเป็นหน้าที่ของหัวหน้า ที่ต้องเข้าไปพูดคุย สอบถามถึงกระบวนการทางความคิดของลูกทีมคนนั้น โดยจะไม่ใช้วิธีการสื่อสารแบบตรงไปตรงมาจนเกินไป เพราะนั่นมีโอกาสสูงที่จะทำให้เกิดความคิดขัดคัดค้าน ต่อต้าน ไม่ยอมรับ และนำไปสู่ปัญหาในที่สุด

มองทุกอย่างเป็นปัญหาหมด
หัวหน้าทีมจะต้องหาวิธีรับมือและดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากลูกทีมลักษณะนี้มักจะรู้สึกยอมแพ้ง่าย เพราะมองทุกสิ่งเป็นอุปสรรค อย่างไรก็ตาม ลูกทีมกลุ่มนี้สามารถรับมือได้ไม่ยาก เพียงแค่ต้องอาศัยความใกล้ชิดในการทำงาน พูดคุยสอบถามถึงความก้าวหน้าของงาน หรืออีกวิธีหนึ่งคือการจับคู่ในการทำงานเพื่อให้คอยช่วยเหลือกัน

มีความขี้เกียจอยู่ในตัวเอง
ในการทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน ลูกทีมในลักษณะนี้อาจรู้สึก อยากทำงานเพียงแค่ 5 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งอาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานไม่เป็นไปตามที่หัวหน้าคาดหวัง หนึ่งในสิ่งที่หัวหน้าต้องทำคือการมอบหมายงานให้ตามประสิทธิภาพของการทำงาน พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาการส่งมอบงานอย่างชัดเจน

เวลาทำงานคิดไม่ครอบคลุม (คิดไม่สุด)
ลูกทีมลักษณะนี้มักทำงานโดยไม่มีการคิดวิเคราะห์และวางแผนอย่างละเอียด ตั้งแต่ต้นจนจบ แต่สำหรับปัญหานี้ไม่ควรมองว่าเป็นความผิดของลูกทีมฝ่ายเดียวเสมอไป ควรมองว่าเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทีม วิธีการแก้ไขคือนำแผนงานที่วางไว้ทั้งหมดมาร่วมกันวิเคราะห์ วางแผน และพูดคุยกันอย่างละเอียดเพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ความแตกต่างของช่วงวัยมีผลต่อการดูแลลูกทีมหรือไม่

ความแตกต่างของช่วงวัยเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการบริหารจัดการคน เนื่องจากวิธีคิดของคนในแต่ละช่วงวัยจะมีความคิด การใช้ชีวิต รวมถึงเป้าหมายที่แตกต่างกัน ดังนั้นในแง่ของการทำงาน หัวหน้าทีมจะต้องทราบถึงความคาดหวังของคนแต่ละช่วงวัยเพื่อที่จะตอบสนองได้ตรงกับความคาดหวังนั้นๆ รวมถึงแนวทางการปรับตัวเข้าหากันเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น

วิธีการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆมีไฟในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่

ในแง่ของความคิดสร้างสรรค์ การได้พูดคุย แชร์ปัญหา หรือระดมความคิด เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ทุกคนเกิดความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ โดยเราต้องไม่รีบตัดสินว่าความคิดนั้นดี แย่ ถูก หรือผิด ต้องรวบรวมทุกความคิดที่เกิดขึ้นแล้วจึงมารวมกันเพื่อให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งนั้น เรื่องนั้น ว่าเราสามารถทำได้หรือไม่ได้ เพราะอะไร

ส่วนเรื่องของแพสชั่นนั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องเกิดจากคนทั้งสองฝ่าย นายหรือหัวหน้าต้องสร้างเหตุการณ์และเรื่องราวอยู่เสมอเพื่อกระตุ้นให้ลูกทีมเกิดความกระตือรือร้นในงานหรือองค์กร อย่างไรก็ตาม ระดับของความกระตือรือร้นอาจแตกต่างกันไปตามความรู้สึกของแต่ละบุคคล

”การจะขึ้นมาเป็นหัวหน้า สิ่งสำคัญที่ต้องมีเรื่องแรกคือ ความเท่าเทียมกันของลูกทีมทุกคน ต้องมองทุกคนให้เท่าเทียมกันหมด โดยไม่มีความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง ประเด็นที่สองคือ เป็นเทรนเนอร์ให้กับลูกทีม เราต้องรู้ว่าลูกทีมแต่ละคนมีจุดอ่อนตรงไหน ต้องช่วยเหลือ สอน และพัฒนาเขาให้ดีขึ้น และสิ่งสุดท้ายที่สำคัญมากในการเป็นหัวหน้าคือ การเป็น Buffer หรือผู้รับแรงปะทะ หรือแรงกดดันแทนลูกทีม เมื่อใดที่เกิดความผิดพลาด เช่น ลูกค้าต้องการร้องเรียน ผู้บังคับบัญชาจะต้องเข้ามาจัดการแทนลูกน้องพร้อมรับคำร้องเรียนนั้น และจากนั้นจึงไปคุยกับลูกน้องอีกครั้งในภายหลัง หัวหน้าต้องพร้อมรับแรงกระแทกทุกอย่างที่จะเข้ามาปะทะเพื่อที่จะทำให้แรงกระแทกนั้นไปถึงลูกทีมอย่างเบาที่สุด

กรรมการผู้จัดการ

บทสรุป

การบริหารจัดการคน ไม่ใช่เรื่องของทฤษฎีเพียงอย่างเดียว แต่คือการลงมือทำและเรียนรู้จากทีมในทุกสถานการณ์ หัวหน้าที่ดีต้องรู้จักสร้างแรงบันดาลใจ รับแรงกดดันแทนลูกทีม และพาทีมเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

อ้างอิง: Harvard Business Review: การนำทีมอย่างมีประสิทธิภาพ

ติดต่อบริการของ MOCAP
โทร: +66 2203 9000 | วันจันทร์ – ศุกร์: 8:30 – 17:30 น.
สำหรับธุรกิจและบริการ: inquiry@mocap.co.th
สำหรับการสมัครงาน: ดูตำแหน่งงานที่สนใจ